กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่จันทบุรี เก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2568/69 พร้อมติดตามวิสาหกิจชุมชนเกลือทะเลท่าใหม่
นางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลไทย นำโดยนางสาวนันทมาส ทองปลี ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลไทย และเจ้าหน้าที่ ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ลงพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลตามอัตลักษณ์ ขับเคลื่อนการบริหารจัดการผลิตเกลือทะเลไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลต้นทุนการผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2568/69 และติดตามการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกลือทะเลท่าใหม่
การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมย่อยจัดเวที Focus Group วิเคราะห์ต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและ สศก. ในการสำรวจและเก็บข้อมูลจากเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเลโดยตรง ทั้งด้านต้นทุนค่าแรงงาน ค่าวัสดุ ค่าบำรุงรักษานาเกลือ และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและสะท้อนสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกลือทะเลท่าใหม่มีสมาชิกเกษตรกรทั้งสิ้น 5 ราย บนพื้นที่การผลิตรวม 170 ไร่ โดยในปีการผลิต 2568/69 คาดการณ์ปริมาณผลผลิตเกลือทะเลรวมประมาณ 710 ตัน นับเป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ
เกลือทะเลจังหวัดจันทบุรีมี #อัตลักษณ์โดดเด่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนสูงและแดดน้อยกว่าแหล่งผลิตหลักอย่างจังหวัดสมุทรสาครหรือจังหวัดเพชรบุรี ส่งผลให้กระบวนการตกผลึกของเกลือช้า และต้องมีการรื้อเกลือบ่อยครั้งเพื่อป้องกันฝนชะล้าง ลักษณะเฉพาะดังกล่าวทำให้เกลือจันทบุรีมีเกล็ดขนาดเล็ก ชั้นเกลือไม่หนา เนื้อเกลือเบาและบาง แต่กลับโดดเด่นด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เค็มนุ่ม ไม่กร้าน ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงด้านการตลาด เกลือทะเลของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่าใหม่และเกษตรกรสมาชิก จำหน่ายผ่านช่องทางร้านค้าของตัวเองริมทางและลูกค้าทั่วไปทั้งภายในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยกลุ่มมีความได้เปรียบด้านการตลาดอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของฐานลูกค้าประจำที่มั่นคงและความสามารถในการกำหนดราคาจำหน่ายได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางหรือราคากลางจากตลาด อันเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคในพื้นที่คุ้นเคยและให้คุณค่ากับรสชาติอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของเกลือจันทบุรีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองและสามารถรักษาเสถียรภาพรายได้


ด้านราคาจำหน่าย เกลือทะเลจันทบุรีแบ่งออกเป็น 3 เกรด ได้แก่ เกลือขาว ราคา 4,660 บาท/ตัน เกลือกลาง ราคา 1,660 บาท/ตัน และ เกลือดำ ราคา 1,330 บาท/ตัน โดยเกษตรกรสามารถกำหนดราคาจำหน่ายได้เองตามคุณภาพและความต้องการของตลาดในพื้นที่ นอกจากผลผลิตหลักแล้ว ยังมีผลพลอยได้ที่สร้างรายได้เสริมสำคัญให้แก่เกษตรกร ได้แก่ ดอกเกลือทะเลธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการตกผลึกบนผิวน้ำในนาเกลือตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นเกล็ดบางเบา รสชาติละเอียดอ่อน เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจคุณภาพ มีราคาจำหน่าย ประมาณ 6,660 บาท/ตัน และ ขี้แดดนาเกลือ ตะกอนแร่ธาตุที่เหลือจากกระบวนการผลิต ราคาจำหน่าย 3,000 บาท/ตัน โดยเกษตรกรสวนผลไม้ในพื้นที่นิยมนำไปใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินในสวนผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวและมังคุด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดจันทบุรี สอดคล้องกับแนวคิดเกษตรแบบไม่มีของเสียและช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง


จุดเด่น ของเกษตรกรกลุ่มนี้คือแนวคิดการทำนาเกลือแบบ “ได้น้อยแต่ได้มาก” โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นระบบ ด้วยการใช้แรงงานในครัวเรือนในบางกิจกรรมแทนการจ้างแรงงานภายนอก และยึดหลักการทำนาเกลือแบบประณีต ที่สำคัญคือมีการวางแผนคำนวณต้นทุนและค่าใช้จ่ายล่วงหน้าก่อนเริ่มการผลิตทุกฤดูกาล ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงทางการเงิน โดยนายปรีชา นพคุณ เกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเลในพื้นที่ กล่าวว่า “การทำนาเกลือที่นี่เราไม่เร่ง ใช้แรงงานคนในบ้าน และคำนวณต้นทุนก่อนลงมือทำทุกครั้ง ทำให้รู้ว่าจะได้กำไรเท่าไร ไม่ขาดทุน แม้ผลผลิตอาจไม่มากแต่คุ้มค่ากว่า”


ข้อมูลต้นทุนการผลิตที่ได้รับจากการสำรวจครั้งนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากพื้นที่ผลิตเกลือทะเลอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการช่วยเหลือและรักษาเสถียรภาพราคาเกลือทะเลให้แก่เกษตรกรต่อไป


