กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมการจัดบูธนิทรรศการ ภายใต้โครงการความร่วมด้านเกษตรไทย-สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี

วันที่ 23 กันยายน 2568

กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมการจัดบูธนิทรรศการ ภายใต้โครงการความร่วมด้านเกษตรไทย-สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี เพื่อส่งเสริมระบบและการบริหารจัดการด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายวัฒนธรรม (German-Thai Cooperation Project The Sustainable Agricultural Production Systems/ Management through Innovation Networks) ณ True Digital Park เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครฯ โดยนายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมพิธีเปิดงานฯ ดังกล่าว

กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ และวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมจัดบูธแสดงสินค้า ได้แก่

1. วิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอน จ.เชียงใหม่ “กาแฟเทพเสด็จ” (Thepsadej Coffee) กาแฟอาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมสายพันธุ์คาติมอร์ (CatiMor) ที่เติบโตท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้เขียวขจีในอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่สูงกว่า 1,100 – 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อุณหภูมิเฉลี่ย 10 – 28 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ต้นกาแฟที่ปลูกโดยชุมชนเพื่อให้เติบโตท่ามกลางความหลากหลายทางธรรมชาติ ที่ถูกอนุรักษ์ไว้โดยคนในชุมชนทั้งป่าไม้ สวนชา (เมี่ยง) และผลไม้นานาชนิด อีกทั้งยังมี ผึ้งโพรงป่า ที่ช่วยผสมเกสรดอกกาแฟ ทำให้ได้ผลผลิตกาแฟที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ผลลัพธ์ที่ได้คือ Specialty Coffee ที่มีรสชาติดี กลิ่นหอมเฉพาะตัวของดอกไม้ป่า เมื่อนำมาคั่วอย่างพิถีพิถัน จึงได้รสชาติกลมกล่อม ละมุน และซับซ้อนในกลิ่นหอมที่แตกต่างทั้งดอกไม้ป่า เฮเซลนัท พีช เปลือกส้ม ดอกโรสแมรี่ และมะตูมแขก โดยมีผลการทดสอบ Cupping Test ได้คะแนนสูงถึง 90.25 ซึ่งผลิตภัณฑ์มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟกะลา กาแฟสาร กาแฟคั่ว-บด และกาแฟดริป ซึ่งทุกขั้นตอนการผลิตได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งมาตรฐานการผลิต GAP, มาตรฐาน อย., มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.), สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และ“เชียงใหม่แบรนด์” ที่การันตีถึงคุณภาพ กาแฟเทพเสด็จจึงไม่เพียงเป็นกาแฟ แต่คือรสชาติของธรรมชาติที่ส่งต่อจากขุนเขาสู่แก้วกาแฟของคุณ

2.วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมู่ 4 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จากแนวคิด “การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด” สู่แรงบันดาลใจในการทำผลิตภัณฑ์ถ่านดูดกลิ่นจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากซังข้าวโพด ไม้ไผ่ และเหง้ามันสำปะหลัง ที่เหลือจากกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร มาผลิตเป็นถ่านดูดกลิ่น ผ่านกรรมวิธีเพื่อให้ได้ถ่านดูดกลิ่นที่มีรูพรุนละเอียด ช่วยดูดซับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซังข้าวโพดที่นำมาใช้มาจากแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ทันสมัย และใช้งานสะดวก เหมาะกับทุกมุมของบ้าน ไม่ว่าจะใช้ในตู้เย็นเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากอาหาร ตู้เสื้อผ้าเพื่อป้องกันกลิ่นอับ หรือแม้แต่ในรถยนต์ การเลือกใช้ถ่านดูดกลิ่นเป็นการร่วมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากของเหลือเปลี่ยนเป็นของมีค่า ช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทย และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Scroll to Top