การประชุมเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการ Integration of Natural Capital Accounting in Public and Private Sector Policy and Decision-making for Sustainable Landscapes (NCA)
เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569
กรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมายให้กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมประชุมเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการ Integration of Natural Capital Accounting in Public and Private Sector Policy and Decision-making for Sustainable Landscapes (NCA)
นางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งสริมวิสาหกิจชุมชน มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนโดย นางภูริพันธุ์ สุวรรณเมฆ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเข้าร่วมประชุมดังกล่าว โดย นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม
โครงการ Integration of Natural Capital Accounting in Public and Private Sector Policy and Decision-Making for Sustainable Landscapes (NCA) ในประเทศไทย มีหน่วยงานร่วมดำเนินการ 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) United Nations Environment Programme (UNEP) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โครงการเริ่มต้นดำเนินงาน เมื่อปี พ.ศ. 2566 มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อบูรณาการทุนทางธรรมชาติสู่การจัดทำนโยบายและการดำเนินการของภาคเศรษฐกิจหลักทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และ(2) เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองและบรรเทาผลกระทบจากภาคการผลิตที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพและการให้บริการของระบบนิเวศ ซึ่งมุ่งเน้นใน 2 ภาคส่วน คือ ภาคการท่องเที่ยวและภาคการจัดการน้ำ
โครงการได้คัดเลือกจังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่ดำเนินการ เนื่องจากมีความสำคัญในการเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารครอบคลุมจนถึงพื้นที่ชายฝั่ง และทะเลซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ
การจัดทำบัญชีทุนทางธรรมชาติหรือการประเมินทุนทางธรรมชาติมีวัตถุประสงค์
(1) เพื่อวิเคราะห์มูลค่าของทุนทางธรรมชาติที่นำมาใช้ประโยชน์
(2) เพื่อสร้างแรงจูงใจในทางเศรษฐศาสตร์ที่เกื้อกูลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
(3) เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์จากนิเวศบริการและความหลากหลายทางขีวภาพอย่างยั่งยืน
โครงการได้นำผลการศึกษาไปสู่การดำเนินนโยบายที่มีมาตรการเพื่อรักษามูลค่าของทุนทางธรรมชาติโดยให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางทะเลเป็นหลัก และนำเสนอผลการศึกษากับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ เพื่อนำไปสู่การจัดทำงบประมาณของจังหวัดที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของทุนทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศของจังหวัดกระบี่ ได้แก่ การสำรวจและให้คำแนะนำระบบบำบัดน้ำเสีย การพัฒนาเยาวชนสู่การเป็นมัคคุเทศก์ดูนกเชิงอนุรักษ์ (กระบี่) และสนับสนุนกิจกรรม Green Fins (จัดอบรมมาตรฐาน Green Fins และติดตามสถานภาพปะการังด้วยระบบ Reef Watch และอบรมหลักสูตร Advanced Green Fins Assessor Training)
สิ่งที่ประเทศไทยได้รับ (1) บัญชีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติในภาคการท่องเที่ยวและภาคทรัพยากรน้ำที่นำร่องในจังหวัดกระบี่ที่จะช่วยให้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเชิงมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี และแผนพัฒนาเพื่อป้องกันมิให้ทุนทางธรรมชาติเสื่อมโทรมทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัด (2) หน่วยงานส่วนกลางสามารถนำข้อมูลทุนทางธรรมชาติไปใช้ประกอบการวางแผนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศในระดับนโยบาย (3) โครงการมีส่วนช่วยพัฒนาข้อมูลทางสถิติ และฐานข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
(1)ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบการจัดการขยะควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ปรับกฎหมายให้รองรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการน้ำเสียและขยะ ส่งเสริมพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวบนหลักการ Payment for Ecosystem Service (PES) เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้สำหรับการอนุรักษ์พื้นที่ และส่งเสริมการออกใบรับรองมาตรฐาน Green Fins เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการดำน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
(2)ด้านทรัพยากรน้ำ ควรมีการตรวจสอบผู้ประกอบการ และครัวเรือนให้ดำเนินการจัดการน้ำเสียตามที่กฎหมายกำหนด และลงทุนระบบบำบัดน้ำเสียในชุมชนให้เพียงพอต่อจำนวนประชากร เพื่อป้องกันไม่ไห้น้ำเสียกระทบต่อคุณภาพน้ำทะเลและทรัพยากรทางทะเล เช่น หญ้าทะเลและปะการัง ควรกำหนดอัตราค่าน้ำดิบให้สอดคล้องกับต้นทุนค่าเสียโอกาสทรัพยากรน้ำ เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมด้านการประหยัดน้ำและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
(3)ด้านการจัดทำงบประมาณ จังหวัดควรนำข้อมูลทุนทางธรรมชาติไปประกอบการจัดทำงบประมาณและแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อให้การพิจารณาจัดสรรงบประมาณคำนึงถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม





