กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2568/69 จังหวัดเพชรบุรี และติดตามแปลงต้นแบบเกลือทะเลอัตลักษณ์ Zero Waste Salt Farm
นางวชิรา ไฝเจริญมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลไทย ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และหน่วยงานในพื้นที่ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกลือทะเลตามอัตลักษณ์ เพื่อจัดเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตเกลือทะเล ปีการผลิต 2568/69 และติดตามผลการดำเนินงานแปลงต้นแบบเกลือทะเลอัตลักษณ์ การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมย่อย “Focus Group วิเคราะห์ต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกลือทะเลอัตลักษณ์พื้นถิ่น”
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามแปลงต้นแบบเกลือทะเลอัตลักษณ์ Zero Waste Salt Farm ของนายดาวเรือง เดชสำราญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมย่อย “ส่งเสริมและพัฒนาแปลงต้นแบบเกลือทะเลอัตลักษณ์ Zero Waste Salt Farm” ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาแปลงต้นแบบ เพื่อนำระบบโซลาร์เซลล์มาใช้สูบน้ำทะเล ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง จากเดิมเกษตรกรมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันสำหรับสูบน้ำเฉลี่ยประมาณ 6,000 บาทต่อเดือน ภายหลังการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันลงได้มากกว่า 3,000 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นการลดต้นทุนได้กว่าครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในกระบวนการผลิตเกลือทะเลอย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญของนายดาวเรือง เดชสำราญ เกษตรกรต้นแบบด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการผลิตเกลือทะเล คือการนำ “รถดูดเกลือ” หรือเครื่องจักรกลขนดูดเกลือมาใช้แทนแรงงานคน เพื่อลดระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการรื้อและขนย้ายผลผลิต โดยรถดูดเกลือสามารถขนย้ายเกลือได้สูงถึงประมาณ 200 เกวียนต่อวัน ขณะที่การใช้แรงงานคนสามารถดำเนินการได้เพียงประมาณ 50 เกวียนต่อวัน ช่วยลดภาระแรงงาน ประหยัดเวลา และยังช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงจากการใช้เครื่องจักรและแรงงานซ้ำซ้อนในการขนย้ายผลผลิต ทำให้กระบวนการรื้อและขนเกลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการผลผลิต
เกษตรกรสะท้อนว่า จุดเด่นที่ชื่นชอบของการใช้ระบบโซลาร์เซลล์ในการสูบน้ำทะเลและการใช้เครื่องจักรกลในกระบวนการรื้อเกลือ คือ “ช่วยประหยัดเวลา” ทำให้สามารถนำเวลาไปประกอบอาชีพเสริมหรือกิจกรรมอื่นได้ เช่น การรับจ้างรถดูดเกลือ อีกทั้งการใช้เครื่องจักรกลยังช่วยลดการประเมินปริมาณผลผลิตเกลือโดยอาศัยแรงงานคนหรือการตีราคาแบบเหมา ทำให้สามารถวัดและประเมินปริมาณผลผลิตได้อย่างแม่นยำ โปร่งใส ลดความคลาดเคลื่อน และช่วยสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายผลผลิตมากยิ่งขึ้น
โดยเกษตรกรยังมีแนวคิดพัฒนาต่อยอดสู่การใช้ระบบโซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบลำเลียงเกลือขึ้นรถขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงาน และยกระดับกระบวนการจัดการผลผลิตให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ปัจจุบัน ราคาเกลือ ณ แปลงนา จังหวัดเพชรบุรี เกษตรกรจำหน่ายในลักษณะ “ขายเหมายุ้ง” อยู่ที่ประมาณ 1,200–1,500 บาทต่อเกวียน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลสมัยใหม่จึงถือเป็นอีกแนวทางสำคัญในการช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับการบริหารจัดการนาเกลือไทยให้สามารถปรับตัวต่อบริบทเศรษฐกิจและแรงงานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน








